จั่วหัวไว้เหมือนชื่อหนังเกาหลีเรื่องหนึ่งที่เคยได้ยิน ชีวิตคนเราก็ไม่ต่างจากนิยาย มีคนเคยกล่าวอย่างนั้น เราเองก็ไม่เคยคิดว่าจะชายคนหนึ่งที่ผ่านร้อนหนาวมา 60 กว่าปีจะมานั่งน้ำตาไหลรินอยู่ต่อหน้าเรานะตอนนี้ ออกหมู่บ้านวันนี้ กลับมาด้วยความตื้นตัน คนที่ผ่านร้อน หนาว สุข ทุกข์มาด้วยกัน 30 กว่าปี ถึงวันหนึ่งที่เธอบอกลาโดยไม่ได้ตั้งตัว เมื่อหกปีก่อน…..วันนั้นตั้งแต่เช้าป้าบ่นว่าเวียนหัว แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ก็ออกไปขายของตามปกติ ตอนเย็นจะกลับบ้านแกก็ยังไม่ค่อยยังชั่ว ลุงเลยตัดสินใจเหมาแท็กซี่กลับบ้านกัน ถึงบ้านก็อาบน้ำ ป้าแกเข้าไปนอนพักที่ๆนอน ลุงกำลังจะกินข้าวก็ได้ยินเสียงตึงๆที่ๆนอนแกเข้าไปดูเห็นป้าแกนอนตัวเกร็ง แกก็อุ้มมาไว้ในออ้มแขน ปากก็เรียกชื่อป้าแกไม่หยุด จนแกหยุดเกร็ง และก็หยุดหายใจไปพร้อมกันด้วย …แกหมดลมในอ้อมแขนผมครับหมอ ๆ ผมรักเมียผมมาก ตอนที่แบ่งที่แบ่งทางกันใหม่ๆผมบอกให้แกมาลงชื่อด้วยกันในโฉนด เมียผมแกบอกว่าไม่ต้องหรอกฉันไม่อยากได้อะไรหรอก อยู่กับพี่อย่างนี้ก็มีความสุขแล้ว อยู่แบบนี้แหละฉันไม่อยากได้อะไรจากพี่หรอก …. ตั้งแต่เมียผมตายผมก็อยู่คนเดียวไม่คิดจะมีเมียใหม่ นี่ไงครับรูปแกถ่ายตอนบวชลูกชาย แล้วนี่ก็โกฐใส่กระดูก นี่ก็กะว่าจะเอไปพร้อมกันตอนผมตาย บอกลูกไว้แล้วว่าไม่ต้องเก็บกระดูกผมไว้ ให้เอาไปลอยอังคารพร้อมกับแม่ ผมมันลูกทะเลเคยอยู่ทะเลตอนสุดท้ายของชีวิตก็อยากกลับไปทะเลกลับไปพร้อมกับเมียผม…. ชีวิตจริงนี่ก็นิยายดีๆเรื่องหนึ่ง … ลุงแกเป็นคนเงียบขรึม เห็นแกมานาน ไม่เคยเจ็บป่วยอะไรมากมาย แต่วันนี้เราได้ออกหมู่บ้านสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของคนไทยตามโครงการวิจัยของกระทรวงเลยได้ฟังเรื่องเล่าจากลุง…… ขี่มอเตอร์ไซค์คันนเก่งกลับอนามัยด้วยความรู้สึกตื้นตันว่า “รักแท้ยังมีอยู่จริงหรือเี่นี่ย”